ชะนี

posted on 04 Sep 2011 20:45 by amisocute

 ชะนี ( น่ารักอ่ะ! )

 

         ชะนี (วงศ์: Hylobatidae, อังกฤษ: Gibbon) จัดอยู่ในไฟลัมสัตว์มีแกนสันหลัง ชั้นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม อันดับวานร เป็นลิงที่ไม่มีหาง (Apes) ซึ่งชะนีถูกจัดให้อยู่ในวงศ์ Hylobatidae และถูกจัดให้เป็น 1 ใน 4 ลิงที่มีความใกล้เคียงกับมนุษย์มากที่สุด (ประกอบไปด้วย ชะนี, ชิมแปนซี, อุรังอุตัง, กอริลลา ซึ่งชะนีมีความใกล้เคียงมนุษย์น้อยที่สุดในบรรดาทั้ง 4 นี้)

มีทั้งหมด 4 สกุล (แต่ข้อมูลบางแหล่งอาจใช้เพียงสกุลเดียว คือ Hylobates) 11 ชนิด 10 ชนิดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ 1 ชนิด คือ ฮูล็อก (Hoolock, H. hoolock) ที่พบในเอเชียใต้และจีนตอนใต้

สำหรับประเทศไทยพบทั้งหมด 4 ชนิด คือ

1.ชะนีมือดำ (H. agilis)

 
2.ชะนีมือขาว (H. lar)

 
3.ชะนีมงกุฎ (H. pileatus)

 
4.ชะนีดำใหญ่ หรือ เซียมมัง (Symphalangus syndactylus)

        ชีววิทยาของชะนีส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ในป่าดิบชื้นที่อุดมสมบูรณ์ โดยอยู่กันแบบครอบครัวที่มีผัวเดียวเมียเดียว แต่อยู่เป็นฝูง ฝูง ๆ หนึ่งมีสมาชิกตั้งแต่ 2-5 ตัว ชะนีมีแขนที่ยาวและแข็งแรงรวมทั้งมือ ใช้สำหรับห้อยโหนต้นไม้จากต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่งอย่างคล่องแคล่ว อาหารของชะนีหลัก ๆ คือ พืช จำพวก ใบไม้ ผลไม้ ต่าง ๆ แต่อาจจะกินสัตว์ขนาดเล็กได้เพื่อเพิ่มโปรตีน โดยปกติแล้วชะนีจะใช้ชีวิตแทบทั้งหมดอยู่บนต้นไม้สูง จะลงมาพื้นดินก็แค่ดื่มน้ำหรือเหตุอย่างอื่น ซึ่งตามปกติชะนีจะดื่มน้ำโดยการควักล้วงจากโพรงไม้หรือเลียตามใบไม้

        ชะนีเป็นสัตว์ที่มนุษย์รับรู้ดีว่า มีเสียงร้องที่สูงและดังมาก มีหลายโทนเสียงและหลายระดับหลากหลายมาก สำหรับติดต่อสื่อสารกัน โดยเสียงร้องของชะนีมักจะร้องว่า "ผัว ๆ ๆ ๆ ๆ" ทั้งตัวเมียและตัวผู้ ดังนั้น คำว่า ชะนี จึงเป็นศัพท์สแลงในหมู่กะเทยที่หมายถึง ผู้หญิงแท้ ๆ ชะนีทุกชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งประเทศไทย พุทธศักราช 2535

เชื่อว่าการถูกชะนีกัด ข่วนมีโอกาสติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี จากชะนีได้ หากผู้ที่ถูกกัดไม่มีภูมิต้านทานโรค

 
 
 เกาะติดชีวิตชะนีที่เขาใหญ่
 
         ดร.วอเรณ บรอกเคลแมน (Warren Brockelman) และคณะ ได้ติดตามศึกษาพฤติกรรมสังคมชะนีมือขาว (White-handed Gibbon: Hylobates lar) บริเวณมอสิงโต ใกล้กับที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มาตั้งแต่ปี 2513 ซึ่งนอกจากชะนีมือขาวแล้ว ยังพบว่ามีชะนีมงกุฎ (Pileated Gibbon: Hylobates pileatus) อาศัยอยู่ในพื้นที่อุทยานฯด้วย โดยในบางบริเวณที่มีชะนีทั้ง 2 ชนิดปรากฏ ก็จะมีกลุ่มที่เป็นลูกผสมระหว่างชะนีทั้ง 2 ชนิดนี้

         ทำไมต้องศึกษาเรื่องชะนี? อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นว่าชะนีจัดอยู่ในกลุ่มของเอปส์ ลักษณะทางสังคมก็เป็นแบบผัวเดียวเมียเดียว (Monogamous Social System) ที่ถือได้ว่าคล้ายกับคนเรา การติดตามศึกษาพฤติกรรมทางสังคมของชะนีในช่วงแรกจึงเป็นการศึกษาในเชิงประชากร ความสัมพันธ์ของสมาชิกในกลุ่มและต่างกลุ่ม การส่งเสียงร้อง การจับคู่ การแยกครอบครัว เป็นต้น จนในปี 2539 จึงเริ่มโครงการจัดตั้งแปลงถาวรเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพืชและสัตว์ เน้นเรื่องพืชอาหารชะนี ขึ้นมาอีกหนึ่งโครงการ โดยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากโครงการพัฒนาองค์ความรู้และศึกษานโยบายการจัดการทรัพยากรชีวภาพในประเทศไทย (BRT) 



ตีแผ่ชีวิตของชะนี

         จากที่ได้ติดตามสังเกตพฤติกรรมชะนีมาตลอดหลายปี ก็อดไม่ได้ที่จะเอาเรื่องของชะนีมาเล่าสู่กันฟัง โดยสิ่งที่กำลังจะเล่าให้ฟังนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับชะนีเพียงกลุ่มเดียวที่เราทำการศึกษา ไม่สามารถเหมารวมว่าพฤติกรรมต่างๆ เหล่านี้จะเป็นตัวบ่งบอกถึงพฤติกรรมของชะนีทั้งโลก ดังนั้นจึงต้องขอออกตัวไว้ก่อนว่าไม่อนุญาตให้อ้างอิงหรือกระทำการใดๆ กับข้อความต่อไปนี้ในเชิงวิชาการ 

         ในการติดตามชะนีซึ่งเป็นชะนีมือขาว เราได้แบ่งกลุ่มชะนีออกเป็นหลายกลุ่มด้วยกัน โดยตั้งชื่อตามตัวอักษรภาษาอังกฤษ ชะนีกลุ่มที่เราเฝ้าตามกลุ่มแรกคือ กลุ่มเอ ซึ่งแต่เดิมมีสมาชิก 4 ตัว คือ แม่ชื่อ แอนโดรเมดา (Andromeda) พ่อชื่อ เฟียเลส (Fearless) ลูกชายคนโตที่เพิ่งบรรลุนิติภาวะชื่อ อามาเดอุส (Amadeus) ชะนีเด็กชื่อ อารัน (Aran) และน้องเล็กชื่อ อากีรา (Akira) ...วันหนึ่งในราวเดือนกันยายน 2540 อารันหายไปอย่างไร้ร่องรอย เราคาดเดาได้อย่างเดียวว่ามันน่าจะตายไปแล้ว โดยไม่ทราบสาเหตุ

         ชะนีตัวแม่แอนโดรเมดาชอบมีชู้ และแสดงกริยาให้ท่ากับตัวผู้กลุ่มอื่นอยู่เป็นประจำ โดยแต่ละครั้งก็จะใช้เทคนิคต่างกันไป วิธีที่เราเห็นบ่อยๆ คือ ยุทธการนกต่อ ซึ่งจะใช้ในยามที่ชะนี 2 กลุ่มโคจรมาอยู่ใกล้กัน ชะนีกลุ่มตรงข้ามจะให้ชะนีหนุ่มฉกรรจ์ (Subadult) มาล่อตัวพ่อ เฟียเลสไป พอเฟียเลสหลงกลวิ่งไล่ตาม ตัวผู้ฝ่ายตรงข้ามก็จะแอบเข้ามาตีท้ายครัว เข้าหาแอนโดรเมดาซึ่งไม่มีท่าทีปัดป้องปฏิเสธแม้แต่น้อย บางครั้งน้องเล็กอากีราเองก็ทนไม่ได้ พยายามที่จะเข้ามาพัวพันกั้นขวาง แต่แม่ก็จะผลักไสไล่ส่งให้ไปไกลๆ

 

 
 

         ประมาณเมษายน 2541 ลูกชายคนโตอามาเดอุส ชอบพอกับชะนีสาวจากกลุ่มบี ชื่อเบรนดา (Brenda) และได้ตัดสินใจแยกกลุ่มออกไปอยู่ด้วยกันที่กลุ่มที ต่อมาในช่วงตุลาคม 2543 หนุ่มฉกรรจ์จากกลุ่มซี ชื่อคริสโตเฟอร์ (Christopher) เริ่มเข้ามาติดพันแอนโดรเมดา ตัวแม่ของกลุ่มเอ จนเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกันนั้น แอนโดเมดราก็ใจอ่อนยอมคริสโตเฟอร์ในที่สุด ส่วนเฟียเลสก็ได้แต่เฝ้ามองอยู่ห่างๆ มีบางครั้งที่เข้าร่วมทำกิจกรรมกับครอบครัว หาเห็บหมัด ทำความสะอาดร่างกาย ...ตัวผู้ทั้งสองตัวต่างตัวต่างอยู่ ไม่มีการต่อสู้กัน พวกมันดำเนินชีวิตอยู่ในลักษณะนี้จนกระทั่งเดือนเมษายน 2544 เฟียเลสได้ตัดสินใจออกจากกลุ่มไปอยู่กับกลุ่มที

         ต่อมาในเดือนสิงหาคม 44 น้องนุชสุดท้อง อากีราก็เริ่มหายไปจากฝูง (คาดการณ์ว่าเข้ากับพ่อเลี้ยง คือ คริสโตเฟอร์ไม่ได้) ในช่วงแรก มันออกมาอยู่กับพ่อและพี่ชายที่กลุ่มทีประมาณ 1 สัปดาห์ แล้วย้ายไปอยู่กับกลุ่มอีอีกหลายครั้ง จากนั้นก็ทำตัวเป็นเด็กมีปัญหามาอยู่ตัวเดียวแถวเส้นทาง NH ในอาณาเขตของกลุ่มเอ็ช จากการที่อากีราซึ่งเป็นตัวเมียตัวเดียวที่แยกออกจากกลุ่มแม่โดยที่ยังไม่มีคู่ ทำให้สมาชิกของกลุ่มเอ ณ ตอนนี้เหลือเพียงแค่แอนโดรเมดา ผู้เป็นแม่ของกลุ่มเอเท่านั้น สมาชิกของกลุ่มซีเกือบทั้งหมดย้ายตามคริสโตเฟอร์มาอยู่ที่กลุ่มเอของแอนโดรเมดา และที่กลุ่มซีก็มีตัวผู้จากที่อื่นมาอยู่แทน 

 

ความเคลื่อนไหวของชะนีกลุ่มเพื่อนบ้าน

         กลุ่มที เป็นกลุ่มชะนีที่มาจากกลุ่มเอและบี เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2544 ดร. วอเรณพบชะนีทารกขนสีน้ำตาลในกลุ่มนี้ ประมาณอายุว่าน่าจะเกิดในเดือนสิงหาคม 2543 แต่หลังจากที่เฟียเลส พ่อของกลุ่มเอได้ย้ายเข้ามาอยู่ในกลุ่มนี้ในเดือนเมษายน 2544 ชะนีทารกตัวนั้นก็หายไป ราวปลายเมษายนอามาเดอุสออกจากกลุ่มไป และถูกพบว่ามันอยู่กับชะนีตัวเมียสีขาวแถวขอบตะวันตกของมอสิงโต ดังนั้นเฟียเลสจึงเข้ามาแทนที่อามาเดอุสเป็นคู่ตัวเดียวของเบรนดา จนกระทั่งอามาเดอุสกลับมาขอคืนดีกับเบรนดาในเดือนกรกฎาคม เฟียเลสผู้พ่อจึงเสียสละเริ่มแยกจากกลุ่มไปในบางครั้ง หรือบางครั้งก็ไปอยู่รวมกับกลุ่มอี

         กลุ่มบี เพื่อนบ้านติดกันกับกลุ่มเอ หลังจากที่เบรนดาออกเรือนไปแล้ว สมาชิกในครอบครัวก็เหลือ 3 ตัว อยู่กันแบบเรียบง่าย สิ่งที่เรารู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับครอบครัวนี้ก็คือน้องของเบรนดาที่ไม่ทราบเพศในตอนแรก และตั้งชื่อให้ว่า บัว (Bua) กลับกลายเป็นเพศชาย

         กลุ่มซี กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีการเปลี่ยนแปลงมากทีเดียว เนื่องจากปัจจุบัน สมาชิกเกือบทั้งหมดได้ย้ายไปอยู่กลุ่มเอ และมีตัวผู้จากกลุ่มอื่นเข้ามาอยู่แทน แต่ก่อนหน้าที่จะมีตัวผู้ตัวใหม่เข้ามานั้น กลุ่มซีมีสมาชิกคือ แม่ชื่อ คาสสานดรา (Cassandra) พ่อชื่อ คาสสิอุส (Cassius) ลูกสี่ตัวคือ ชะนีสาวชื่อ ไซรานา (Cyrana) ชะนีหนุ่มชื่อ คริสโตเฟอร์ (Christopher) ชะนีเด็กชื่อ ชิเคียว (Chikyu) และทารกชื่อ ชูส์ (Choos) ในเดือนพฤศจิกายนปี 2543 คริสโตเฟอร์ที่หลงเสน่ห์แอนโดรเมดาก็ย้ายไปอยู่กลุ่มเอ ส่วนไซรานาออกจากกลุ่มไปอยู่กับกลุ่มอี ในเดือนมิถุนายน 2544 จากนั้นปลายปี 2544 ก็มีตัวผู้กลุ่มอื่นเข้ามาคาสสิอุสจึงหนีไปอยู่กินกับแอนโดรเมดาที่กลุ่มเอ และชิเคียวก็ตามพ่อและพี่ชายมาอยู่ในฮาเร็มของแอนโดรเมดาด้วยในเวลาถัดมาอีกไม่นานนัก

 

 

         กลุ่มอี กลุ่มนี้เป็นกลุ่มรวมชะนีจรจัด ต่างกลุ่ม ต่างสปีชี่ส์ มี บาร์ด (Bard) ชะนีแก่ตัวผู้จากกลุ่มบี ซึ่งถูกชะนีจากกลุ่มซี ชื่อ เชต (Chet) ไล่ออกมานานมาแล้ว และมีชะนีมงกุฎเพศเมียชื่อ อีมานูเอล (Emanuelle) อยู่ด้วยกัน ต่อมาไซรานาจากกลุ่มซี กับอากีราจากกลุ่มเอได้มาอยู่ด้วยเป็นครั้งคราว โดยไซรานาเริ่มมาเมื่อต้นกรกฎาคม 2544 โดยที่อีมานูเอลได้พยายามขับไล่เธอออกไปจากกลุ่ม แต่ในที่สุดไซรานาก็ได้ผสมพันธุ์กับบาร์ด ครั้งสุดท้ายที่เห็นไซรานาในกลุ่มอีคือเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมปีเดียวกัน ส่วนอากีราได้แยกออกจากกลุ่มแม่มาอยู่ที่กลุ่มนี้เป็นระยะเวลาสั้นๆ ในกลางเดือนสิงหาคม 2544 และได้ร้องคู่กับบาร์ดเมื่อวันที่ 15 กันยายน (ปกติชะนีจะร้องคู่ หรือ Duet เพื่อประกาศอาณาเขต โดยตัวพ่อกับแม่จะทำหน้าที่นี้ ส่วนชะนีเด็กจะร้องแต่จะเป็นการหัดร้องมากกว่า) จอมแสบอีมานูเอลก็พยายามไล่เธอออกจากฝูงเช่นเคย แต่ไม่สำเร็จ จนวันที่ 27 กันยายน ก็เกิดเหตุการณ์เดียวกันนี้อีกที่ใกล้กับบ้านพักเจ้าหน้าที่อุทยานฯ บริเวณห้วยลำตะคอง อากีราถูกอีมานูเอลไล่ข้ามฝั่งน้ำไป และก็ไม่มีใครเห็นอากีราอีกเลย

         กลุ่มอาร์ เป็นกลุ่มที่เต็มไปด้วยปริศนาฆาตกรรม หลังจากที่ชะนีหนุ่มห้าวจากกลุ่มอี ชื่อ อีเลียส (Elias) ได้บุกรุกเข้ามาในพื้นที่กลุ่มอาร์เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2543 ประมาณสองเดือนให้หลังเราพบซากศพของ แอกชันเบบี (Actionbaby) ชะนีตัวพ่อเดิมของกลุ่ม สันนิษฐานว่า มันน่าจะถูกฆ่าตายในราวปลายเดือนพฤศจิกายน โดยที่อีเลียสตกเป็นผู้ต้องสงสัย หนึ่งปีต่อมา ในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2544 ชะนีทารกอายุ 1 ปี ลูกของแอกชันเบบี ก็ถูกฆ่า ซึ่งฆาตกรโหดคงเป็นเจ้าอีเลียสตัวเดิม แม้จะมีชะนีถูกฆ่าตายไปถึงสองตัวในกลุ่ม แต่แม่ชะนีก็ได้ให้กำเนิดสมาชิกใหม่ไม่ทราบเพศในวันที่ 16 มกราคม 2545 เราก็ต้องเฝ้าติดตามชะตาชีวิตของชะนีน้อยตัวใหม่นี้กันต่อไป

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : วิชาการดอตคอม,th.wikipedia.org

edit @ 7 Sep 2011 20:11:48 by AmiSocute

คำถามทบทวน

posted on 16 Aug 2011 21:37 by amisocute
 คำถามทบทวน
 
1.มัลติมีเดียคืออะไร เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข้อมูลอย่างไร
 
ตอบ คือ การนำเสนอข้อมูลหลายรูปแบบในงานเดียวพร้อมๆกัน เป็นการนำเสนอข้อมูลที่สวยงาม สมจริง สามารถโต้ตอบหรือมีปฏิสัมพันธ์กับผู้รับข้อมูลได้ และพัฒนาได้
 
2.การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบเว็บไซด์ดีกว่าเอกสารสิ่งพิมพ์อย่างไร
 
ตอบ นำเสนอข้อมูลได้น่าสนใจ สมจริง มีปฏิสัมพันธ์กับผู้รับสารได้ และมีเครือข่ายการนำเสนอกว้างขวาง
3.Microsoft PowerPoint สามารถนำเสนอในรูปแบบใดได้บ้าง
 
ตอบ การพิมพ์เป็นเอกสารสิ่งพิมพ์ การนำเสนอในรูปแบบมัลติมีเดีย และการสร้างจุดเชื่อมโยงและอัพโหลดข้อมูลไว้บนอินเทอร์เน็ตในรูปแบบของเว็บไซต์ 
 
4.การเชื่อมโยงภายนอกและภายใน Microsoft PowerPoint แตกต่างกันอย่างไร
 
ตอบ การเชื่อมโยงภายใน-การสร้างจุดเชื่อมโยงไปยังจุดอื่นๆที่อยู่ในไฟล์เดียวกัน
        การเชื่อมโยงภายนอก-การเชื่อมโยงไปยังแหล่งข้อมูลอื่นๆนอกไฟล์งานนำเสนอ
5.นอกจากคอมพิวเตอร์แล้วยังมีเทคโนโลยีใดที่ช่วยส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลบ้าง
 
ตอบ หนังสือหรือสิ่งพิมพ์ต่างๆ วิทยุ โทรทัศน์
 
6.น.ร.คิดว่าการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดที่สามารถทำได้ง่ายที่สุด เพราะเหตุใด  
 
ตอบ รูปแบบคอมพิวเตอร์ เพราะมีเครื่องมืออำนวยความสะดวกในการจัดทำข้อมูลนำเสนอหลากหลาย และง่ายต่อการดำเนินงาน
7.การตกแต่งเพิ่มเติมด้วยแม่แบบใน Microsoft PowerPoint  สามารถทำได้อย่างไร
 
ตอบ คลิกขวาบนพื้นทีว่างแล้วเลือกออกแบบภาพนิ่ง จากนั้นก็ใช้แม่แบบการออกแบบที่แถบเครื่องมือ
 
8.การกำหนดกล่องข้อความหรือวัตถุให้เคลื่อนไหวใน Microsoft PowerPoint  สามารถตั้งค่าได้ที่ใด
 
ตอบ คลิกที่กล่องข้อความหรือวัตถุนั้นๆ แล้วคลิกขวาเลือกการเคลื่่อนไหวแบบกำหนดเอง ให้คลิกที่เพิ่มลักษณะพิเศษ ตั้งค่าความเคลื่อนไหวที่ต้องการ
 
9.ยกตัวอย่างซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับการนำเสนอข้อมูลตัวหนังสือหรือตัวอักษรมาอย่างน้อย  3 โปรแกรม 
 
ตอบ Microsoft PowerPoint ,  Microsoft Word , Microsoft Publisher
10.ถ้าไม่มีกล่องข้อความใน Microsoft PowerPoint จะสามารภสร้างงานนำเสนอข้อมูลได้หรือไม่อย่างไร 
 
ตอบ  ได้ โดยการนำเสนอข้อมูลเป็นอักษรศิลป์ รูปภาพหรือภาพเคลื่อนไหว
11.เครื่องพิมพ์เป็นฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นสำหรับการนำเสนอข้อมูลด้วย Microsoft PowerPoint  หรือไม่อย่างไร
 
ตอบ ไม่จำเป็น เพราะเครื่องพิมพ์เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ผลิตข้อมูลแบบสื่อสิ่งพิมพ์
 
12.Microsoft PowerPoint สามารถแทรกรูปภาพ ภาพยนตร์ และเสียงได้หรือไม่ ถ้าได้มีวิธีการอย่างไร
 
ตอบ ได้ การแทรกรูปภาพ  คลิกแทรกที่แถบเมนู เลือกรูปภาพ แล้วเลือกจากแฟ้ม จะปรากฎหน้าต่างแทรก รูปภาพ เลือกพื้นที่ที่จะบันทึกรูปภาพนั้น คลิกรูปภาพที่ต้องการ แล้วคลิกแทรก การแทรกภาพยนตร์และเสียง วิธีการเดียวกับการแทรกรูปภาพ
 
13.การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ แผนผัง และกราฟดีกว่าการนำเสนอข้อมูลด้วยตัวหนังสือหรือตัวอักษรอย่างไร
 
ตอบ ช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้น และง่ายต่อการศึกษา
 
14.การสร้างงานนำเสนอด้วย Microsoft PowerPoint  สำหรับผู้รับข้อมูล 20 คนพร้อมกันจะต้องใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ใดบ้าง
 
ตอบ Computer, Microsoft Office 
 
15.ยกตัวอย่างเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบตัวหนังสือหรือตัวอักษร รูปภาพหรือภาพนิ่ง แผนภูมิ แผนผัง กราฟ เสียง และภาพเคลื่อนไหวได้พร้อมกัน
 
ตอบ  Computer เช่น Microsoft PowerPoint เป็นต้น

edit @ 16 Aug 2011 22:10:32 by AmiSocute

โปรแกรมภาษาC++

posted on 04 Jul 2011 19:33 by amisocute

                                                 ภาษาซี (C Language)


             ภาษาซี (C Language) เป็นภาษาหนึ่งสำหรับเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์   พัฒนาขึ้น

โดยนายเดนนิส  ริทชี่ (Dennis Ritche)  ในปี ค.ศ. 1972  เพื่อสร้างระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ (Unix

Operating System

ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ Turbo  c/c++ Version 3.0

         Turbo  c/c++ Version 3.0 เป็นโปรแกรมเขียนภาษา C  โดยบอร์แลนด์  ซอฟต์แวร์

คอร์ปอเรชั่น (Borland Software Corporation)  ซึ่งเพรียบพร้อมไปด้วยเครื่องมือต่างๆ

มากมายอาทิเช่น โปรแกรมเรียบเรียงข้อความ  และโปรแกรมตรวจสอบและแปลคำสั่ง

เมนูหลัก (Main Menu)

ประกอบด้วย File Edit Search Run Compile Debug Project Option Window Help
-File เก็บรวมรวมคำสั่งเกี่ยวกับการเปิด-ปิดไฟล์ การบันทึกไฟล์ การออกจากโปรแกรม 
-Edit การแก้ไขโปรแกรม การสำเนาหรือการย้ายข้อความที่ปรากฏบนเอดิเตอร์
-Search ค้นหาคำหรือข้อความที่เขียนในโปรแกรม ตลอดจนการแทนที่คำ 
-Run รันโปรแกรมที่เขียนด้วยคำสั่งแบบต่าง ๆ 
-Compile แปลข้อมูลของโปรแกรมที่เป็น Source file ให้เป็น Object File 
-Debug ตรวจสอบข้อผิดพลาดของโปรแกรม
-Project ใช้ในการระบุไฟล์ต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องนำมาใช้ในตัวโปรแกรมและ Project ที่ทำงานอยู่
-Option กำหนดรายละเอียดต่าง ๆ ของคอมไพเลอร์เช้น Directories Compiler เป็นต้น 
-Window จัดการเกี่ยวกับหน้าต่างที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม
-Help ขอความช่วยเหลือหรือรายละเอียดเกี่ยวกับโปรแกรมในลักษณะต่าง ๆ 

ตัวแปรในภาษาซี

     ตัวแปร (Variable) คือ การจองพื้นที่ในหน่วยความจำของคอมพิวเตอร์สำหรับเก็บข้อมูล

ที่ต้องใช้ในการทำงานของโปรแกรม  โดยมีการตั้งชื่อเรียกหน่วยความจำในตำแหน่งนั้นด้วย 

เพื่อความสะดวกในการเรียกใช้ข้อมูล  ถ้าจะใช้ข้อมูลใดก็ให้เรียกผ่านชื่อของตัวแปรที่เก็บเอาไว้

ชนิดของข้อมูล


       ภาษาซีเป็นอีกภาษาหนึ่งที่มีชนิดของข้อมูลให้ใช้งานหลายอย่างด้วยกัน  ซึ่งชนิดของข้อมูล
แต่ละอย่างมีขนาดเนื้อที่ที่ใช้ในหน่วยความจำที่แตกต่างกัน  และเนื่องจากการที่มีขนาดที่แตกต่าง
กันไป  ดังนั้นในการเลือกใช้งานประเภทข้อมูลก็ควรจะคำนึงถึงความจำเป็นในการใช้งานด้วย
สำหรับประเภทของข้อมูลมีดังนี้คือ

1.  ข้อมูลชนิดตัวอักษร (Character) คือข้อมูลที่เป็นรหัสแทนตัวอักษรหรือค่าจำนวนเต็มได้แก่

ตัวอักษร ตัวเลข และกลุ่มตัวอักขระพิเศษใช้พื้นที่ในการเก็บข้อมูล 1 ไบต์
2. ข้อมูลชนิดจำนวนเต็ม (Integer)  คือข้อมูลที่เป็นเลขจำนวนเต็ม  ได้แก่ จำนวนเต็มบวก

จำนวนเต็มลบ ศูนย์ ใช้พื้นที่ในการเก็บ 2 ไบต์
3. ข้อมูลชนิดจำนวนเต็มที่มีขนาด 2 เท่า (Long Integer) คือข้อมูลที่มีเลขเป็นจำนวนเต็ม

ใช้พื้นที่  4 ไบต์
4. ข้อมูลชนิดเลขทศนิยม (Float) คือข้อมูลที่เป็นเลขทศนิยม ขนาด 4 ไบต์
5. ข้อมูลชนิดเลขทศนิยมอย่างละเอียด (Double) คือข้อมูลที่เป็นเลขทศนิยม ใช้พื้นที่ใน

การเก็บ 8 ไบต์

ชนิด

ขนาดความกว้าง

ช่วงของค่า

การใช้งาน

Char

8 บิต

ASCII character (-128 ถึง 127)

เก็บข้อมูลชนิดอักขระ

Unsignedchar

8 บิต

0-255

เก็บข้อมูลอักขระแบบไม่คิดเครื่องหมาย

Int

16 บิต

-32768 ถึง 32767

เก็บข้อมูลชนิดจำนวนเต็ม

long

32 บิต

-2147483648 ถึง 2147483649

เก็บข้อมูลชนิดจำนวนเต็มแบบยาว

Float

32 บิต

3.4E-38 ถึง 3.4E+38 หรือ ทศนิยม 6

เก็บข้อมูลชนิดเลขทศนิยม

Double

64 บิต

1.7E-308 ถึง 1.7E+308 หรือ ทศนิยม 12

เก็บข้อมูลชนิดเลขทศนิยม

Unsigned int

16 บิต

0 ถึง 65535

เก็บข้อมูลชนิดจำนวนเต็ม ไม่คิดเครื่องหมาย

Unsigned long

32 บิต

0 ถึง 4294967296

เก็บข้อมูลชนิดจำนวนเต็มแบบยาว ไม่คิดเครื่องหมาย

รูปแบบในการประกาศตัวแปรในภาษา C

     การสร้าวตัวแปรขึ้นมาใช้งานจะเรียกว่า  การประกาศตัวแปร (Variable Declaration) โดยเขียนคำสั่งให้ถูกต้องตามแบบการประกาศตัวแปร  แสดงดังนี้

type name;

type :  ชนิดของตัวแปร
name : ชื่อของตัวแปร  ซึ่งต้องตั้งให้ถูกต้องตามหลักของภาษา C

     การเขียนคำสั่งเพื่อประกาศตัวแปร  ส่วนใหญ่แล้วจะเขียนไว้ในส่วนหัวของโปรแกรมก่อนฟังก์ชัน main ซึ่งการเขียนไว้ในตำแหน่งดังกล่าว  จะทำให้ตัวแปรเหล่านั้นสามารถเรียกใช้จากที่ใดก็ได้ในโปรแกรม  ดังตัวอย่าง

#include

 

int num;

สร้างตัวแปรชื่อ num เพื่อเก็บข้อมูลชนิดจำนวนเต็ม

float y;

สร้างตัวแปรชื่อ y เพื่อเก็บข้อมูลชนิดเลขทศนิยม

char n;

สร้างตัวแปรชื่อ n เพื่อเก็บข้อมูลชนิดตัวอักขระ

void main()

 

{

 

     printf("Enter number : ")

 

     scanf("%d",&num);

 

     printf("Enter name : ");

 

     scanf("%f",&n);

 

     printf("Thank you");

 

}

 

หลักการตั้งชื่อตัวแปร

     ในการประกาศสร้างตัวแปรต้องมีการกำหนดชื่อ ซึ่งชื่อนั้นไม่ใช่ว่าจะตั้งให้สื่อความหมายถึงข้อมูลที่เก็บอย่างเดียว  โดยไม่คำนึงถึงอย่างอื่น   เนื่องจากภาษา C มีข้อกำหนดในการตั้งชื่อตัวแปรเอาไว้  แล้วถ้าตั้งชื่อผิดหลักการเหล่านี้  โปรแกรมจะไม่สามารถทำงานได้  หลักการตั้งชื่อตัวแปรในภาษา C แสดงไว้ดังนี้

1.

ต้องขึ้นต้นด้วยตัวอักษร A-Z หรือ a-z หรือเครื่องหมาย _(Underscore) เท่านั้น

2.

ภายในชื่อตัวแปรสามารถใช้ตัวอักษร A-Z หรือ a-z หรือตัวเลข0-9 หรือเครื่องหมาย _

3.

ภายในชื่อห้ามเว้นชื่องว่าง หรือใช้สัญลักษณ์นอกเหนือจากข้อ 2

4.

ตัวอักษรเลขหรือใหญ่มีความหมายแตกต่างกัน

5.

ห้ามตั้งชื่อซ้ำกับคำสงวน (Reserved Word) ดังนี้

 

auto

default

float

register

struct

volatile

break

do

far

return

switch

while

case

double

goto

short

typedef

char

else

if

signed

union

const

enum

int

sizeof

unsigned

continue

extern

long

static

void

     

 

ตัวอย่างการตั้งชื่อตัวแปรในภาษา C ทั้งที่ถูกต้องและไม่ถูกต้องตามหลักการ  แสดงดังนี้

bath_room

ถูกต้อง

n-sync

ผิดหลักการ เนื่องจากมีเครื่องหมาย - ปรากฎในชื่อ

108dots

ผิดหลักการ เนื่องจากขึ้นต้นด้วยตัวเลข

Year#

ผิดหลักการ เนื่องจากมีเครื่องหมาย # อยู่ในชื่อ

_good

ถูกต้อง

goto

ผิดหลักการ  เนื่องจากเป็นคำสงวน

work

ถูกต้อง

break

ผิดหลักการ  เนื่องจากเป็นคำสงวน

 

ตัวแปรสำหรับข้อความ

     ในภาษา C ไม่มีการกำหนดชนิดของตัวแปรสำหรับข้อความโดยตรง  แต่จะใช้การกำหนดชนิดของตัวแปรอักขระ (char) ร่วมกับการกำหนดขนาดแทน  และจะเรียกตัวแปรสำหรับเก้บข้อความว่า  ตัวแปรสตริง (string) รูปแบบการประกาศตัวแปรสตริงแสดงได้ดังนี้

char name[n] = "str";

name

ชื่อของตัวแปร

n

ขนาดของข้อความ หรือจำนวนอักขระในข้อความ

str

ข้อความเริ่มต้นที่จะกำหนดให้กับตัวแปรซึ่งต้องเขียนไว้ภายในเครื่องหมาย "  "

ตัวอย่างการประกาศตัวแปรสำหรับเก็บข้อความ  แสดงได้ดังนี้

char name[5] = "kwan" ;

สร้างตัวแปร name สำหรับเก็บ ข้อความ kwan ซึ่งมี  4 ตัวอักษร ดังนั้น name ต้องมีขนาด 5

char year[5] = "2549";

สร้างตัวแปร year สำหรับเก็บ ข้อความ 2549 ซึ่งมี  4 ตัวอักษร ดังนั้น year ต้องมีขนาด 5

char product_id[4] = "A01";

สร้างตัวแปร product_id สำหรับเก็บ ข้อความ A01 ซึ่งมี  3 ตัวอักษร ดังนั้น product_id ต้องมีขนาด 4

 

เครื่องหมายและการดำเนินการในภาษา C

     การดำเนินการในการเขียนโปรแกรมภาษา C มีอยู่ 3 ประเภท  คือ  การคำนวณทางคณิตศาสตร์  การดำเนินการทางตรรกศาสตร์  และการเปรียบเทียบ  ซึ่งการดำเนินการแต่ละประเภทจะมีเครื่องหมายที่ต้องใช้เพื่อเขียนคำสั่งสำหรับการดำเนินการประเภทนั้น ๆ ดังรายละเอียด

เครื่องหมายการคำนวณทางคณิตศาสตร์

     เครื่องหมายที่ใช้สำหรับการคำนวณทางคณิตศาสตร์ใช้ภาษา C  สรุปดังนี้

เครื่องหมาย

ความหมาย

ตัวอย่าง

+

บวก

3+2  การบวกเลข 3 บวกกับ 2 ได้ผลลัพธ์คือ 5

-

ลบ

3 - 2 การลบเลข 3 ลบกับ 2 ได้ผลลัพธ์คือ 1

*

คูณ

2*3   การคูณเลข 3 บวกกับ 2 ได้ผลลัพธ์คือ 6

/

หาร

15/2  การหาร 15 หารกับ 2 ได้ผลลัพธ์คือ 7

%

หารเอาเศษ

15%2การหารเอาเศษ 15 หารกับ 2 ได้ผลลัพธ์คือ 1

++

เพิ่มค่าขึ้น 1 โดย
a++ จะนำค่าของ a ไปใช้ก่อนแล้วจึงเพิ่มค่าของ a ขึ้น 1


++a จะเพิ่มค่าของ a ขึ้น 1 ก่อนแล้วจึงนำค่าของ a ไปใช้

b=a++;
จะมีความหมายเทียบเท่ากับ 2 บรรทัดต่อไปนี้
b=a;
a=a+1;


b=++a;
จะมีความหมายเทียบเท่ากับ 2 บรรทัดต่อไปนี้
a=a+1;
b=a;

--

ลดค่า 1 โดย
a-- จะนำค่าของ a ไปใช้ก่อน แล้วจึงลดค่าของ a ลง 1


--a จะลดค่าของ a ลง 1 ก่อน แล้วจึงนำค่าของ a ไปใช้

b=a--;
จะมีความหมายเทียบเท่ากับ 2 บรรทัดต่อไปนี้
ิb=a;
a=a-1;

b=--a;
จะมีความหมายเทียบเท่ากับ 2 บรรทัดต่อไปนี้
a=a-1;
b=a;

ตัวดำเนินการเปรียบเทียบ

     ใช้เปรียบเทียบค่า 2 ค่าเพื่อแสดงการเลือก ซึ่งโปรแกรมโดยทั่วไปใช้ในการทดสอบเงื่อนไขตามที่กำหนด
การเปรียบเทียบโดยการเท่ากันของ 2 ค่าจะใช้เครื่องหมาย ==

เครื่องหมาย

ความหมาย

ตัวอย่าง

มากกว่า

a > b   a มากกว่า b

>==

มากกว่าหรือเท่ากับ

a >= b a มากกว่าหรือเท่ากับ b

น้อยกว่า

a < b   a น้อยกว่า b

<==

น้อยกว่าหรือเท่ากับ

a <= b a น้อยกว่าหรือเท่ากับ b

==

เท่ากับ

a == b a เท่ากับ b

!=

ไม่เท่ากับ

a != b  a ไม่เท่ากับ b

ตัวดำเนินการตรรกะ

ความหมาย การดำเนินการเปรียบเทียบค่าทางตรรกะ( และ หรือ ไม่)

เครื่องหมาย

ความหมาย

ตัวอย่าง

&&

และ

x < 60 && x > 50   กำหนดให้ x มีค่าในช่วง 50 ถึง 60

||

หรือ

x == 10 || x == 15     กำหนดให้ x มีค่าเท่ากับตัวเลข 2 ค่า คือ 10 หรือ 15

!

ไม่

x = 10  !x  กำหนดให้ x ไม่เท่ากับ 10

 

การเขียนนิพจน์ในภาษา C

     นิพจน์ในภาษา C ก็คือ การนำข้อมูลและตัวแปรในภาษา C มาดำเนินการด้วยเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์  ตรรกศาสตร์  หรือเครื่องหมายเปรียบเทียบในภาษา C เป็นตัวสั่งงาน  ดังตัวอย่าง

 

ลำดับความสำคัญของเครื่องหมาย

          ส่วนใหญ่นิพจน์ที่เขียนขึ้นในโปรแกรมมักจะซับซ้อน  มีการดำเนินการหลายอย่างปะปนอยู่ภายในนิพจน์เดียวกัน 

ลำดับความสำคัญ

ลำดับความสำคัญจากสูงไปต่ำ

1

( )

2

!,++,- -

3

*,/,%

4

+,-

5

<,<=,>,>=

6

= =,!=

7

&&

8

||

9

*=,/=,%=,+=,-=

 

ตัวอย่างการทำงานของโอเปอเรเตอร์

จงหาค่าของนิพจน์  8 + 7 * 6

วิธีทำ
1.  ให้สังเกตที่ตัวโอเปอเรเตอร์ก่อนเสมอว่ามีโอเปอเรเตอร์อะไรบ้าง  ในที่นี้มี + และ *
2.  ทำการไล่ลำดับความสำคัญของโอเปอเรเตอร์ทั้งหมดเปรียบเทียบกัน จากตัวที่มีลำดับความสำคัญสูงสุดไปยังตัวที่มีลำดับสำคับต่ำสุด

ลำดับความสำคัญจากสูงไปต่ำ

โอเปอเรเตอร์

 

*

+

3.  จากข้อ  2  จะได้ลำดับการทำงานเป็นดังนี้
     ขั้นที่  1  7 * 6 = 42
ื     ขั้นที่  2  8 + ค่าที่ได้จากขั้นที่  1
                  = 8 + 42 
                          = 50
ดังนั้น          8 + 7 * 6 = 50

จงหานิพจน์ต่อไปนี้

x*y - 20%z

1)

x * y

2)

20%z

3)

1) - 2)

(a - b)*10/c && d + 5

1)

a - b

2)

1)*10

3)

2)/c

4)

d+5

5)

3) && 4)

(a + b) * 4 = = c%d(e+10)

1)

a + b

2)

e + 10

3)

1) * 4

4)

d * 2)

5)

c %4)

6)

3) = = 5)

 

แสดงผลออกทางหน้าจอ

          การทำงานพื้นฐานที่สึดหรือเรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานของทุกโปรแกรมคือ  การแสดงผลข้อมูลออกทางจอภาพ  โดยในภาษา C  นั้น  การแสดงผลข้อมูลออกทางจอสามารถทำได้ดังนี้

คำสั่ง printf

          คำสั่ง printf  ถือได้ว่าเป็นคำสั่งพื้นฐานที่สุดในการแสดงผลข้อมูลทุกชนิดออกทางหน้าจอไม่ว่าจะเป็นจำนวนเต็ม int ทศนิยม float ข้อความ string  หรืออักขระ  นอกจากนี้คำสั่งยังมีความยืดหยุ่นสูง  โดยเราสามารถกำหนดหรือจัดรูปแบบการแสดงผลให้มีระเบียบหรือเหมาะสมตามความต้องการได้อีกด้วย 

รูปแบบคำสั่ง prinft

printf ("format",variable);

format

     ข้อมูลที่ต้องการแสดงผลออกทางหน้าจอ  โดยข้อมูลนี้ต้องเขียนไว้ในเครื่องหมาย "  "  ข้อมูลที่สามารถแสดงผลได้มีอยู่ 2 ประเภท คือ  ข้อความธรรมดา  และค่าที่เก็บไว้ในตัวแปร  ซึ่งถ้าเป็นค่าที่เก็บไว้ในตัวแปรต้องใส่รหัสควบคุมรูปแบบให้ตรงกับชนิดของข้อมูลที่เก็บไว้ในตัวแปรนั้นด้วย

variable

     ตัวแปรหรือนิพจน์ที่ต้องการนำค่าไปแสดงผลให้ตรงกับรหัสควบคุมรูปแบบที่กำหนดไว้

 

รหัสควบคุมรูปแบบการแสดงผลค่าของตัวแปรออกทางหน้าจอ  แสดงได้ดังนี้

รหัสควบคุมรูปแบบ

การนำไปใช้งาน

%d

แสดงผลค่าของตัวแปรชนิดจำนวนเต็ม

%u

แสดงผลค่าของตัวแปรชนิดจำนวนเต็มบวก

%f

แสดงผลค่าของตัวแปรชนิดจำนวนทศนิยม

%c

แสดงผลอักขระ 1 ตัว

%s

แสดงผลข้อความ หรืออักขระมากกว่า 1 ตัว

 

ตัวอย่างการใช้คำสั่ง printf  แสดงผลข้อความธรรมดาออกทางหน้าจอ ดังนี้

printf("Hello Program C");

แสดงข้อความ Hello Program C ออกทางขอภาพ

printf("Lampang kunlayanee school");

แสดงข้อความ Lampang kunlayanee school ออกทางจอภาพ

printf("Lampang Thailand");

แสดงข้อความ Lampang Thailand  ออกทางจอภาพ

 

#include
#include
void main()
{
   clrscr();
   prinft('Lampang Kunlayanee School\n");
   printf("Program C\n");
getch();
}

ผลลัพธ์โปรแกรม

Lampang Kunlayanee School
Program C

          ส่วนตัวอย่างการใช้คำสั่ง  printf  แสดงผลจากค่าของตัวแปรหรือนิพจน์ การคำนวณออกทางหน้าจอ  แสดงได้ดังนี้  โดยกำหนดให้

ตัวแปร  x  เก็บจำนวนเต็ม  45

printf("total value = %d",x);   แสดงข้อความ total value = 45 ออกทางจอภาพ

 

แสดงผลให้เป็นระเบียบด้วยอักขระควบคุมการแสดงผล

          นอกจากนี้เรายังสามารถจัดรูปแบบการแสดงผลให้ดูเป็นระเบียบมากขึ้น  อย่างเช่นขึ้นบรรทัดใหม่  หลังแสดงข้อความ  หรือเว้นระยะแท็บระหว่างข้อความ  โดยใช้อักขระควบคุมการแสดงผลร่วมกับคำสั่ง printf

อักขระควบคุมการแสดงผล

ความหมาย

\n

ขึ้นบรรทัดใหม่

\t

เว้นช่องว่างเป็นระยะ 1 แท็บ (6 ตัวอักษร)

\r

กำหนดให้เคอร์เซอร์ไปอยู่ต้นบรรทัด

\f

เว้นช่องว่างเป็นระยะ 1 หน้าจอ

\b

ลบอักขระสุดท้ายออก 1 ตัว

          การนำอักขระควบคุมการแสดงผลมาใช้  เราต้องเขียนอักขระควบคุมการแสดงผลไว้ภายในเครื่องหมาย "  "  ดังตัวอย่าง

printf("Hello ... \n");

แสดงข้อความ Hello ...  แล้วขึ้นบรรทัดใหม่

printf("Hello...\nLampang\n");

แสดงข้อความ Hello ...แล้วขึ้นบรรทัดใหม่พร้อมกับแสดงข้อความLampang จากนั้นขึ้นบรรทัดใหม่อีกครั้ง

printf("Num1 = %d\tNum2 = %f\n",x,z);

แสดงข้อความ Num1 = 45  ตามด้วยการเว้นช่องว่าง 1 แท็บแล้วต่อด้วยข้อความ Num2 = 20.153

 

คำสั่งรับข้อมูลจากคีย์บอร์ด

          การทำงานของโปรแกรมส่วนใหญ่มักจะเป้นการเชื่อมโยงกับผู้ใช้แบบ  2  ทิศทาง  คือ  ทั้งภาคของการแสดงผลการทำงานออกทางหน้าจอ  และภาคของการรับข้อมูลจากผู้ใช้เข้ามาทางคีย์บอร์ด  เพื่อร่วมในการประมวลผลของโปรแกรม 

คำสั่ง  scanf()

          ในภาษา C  การรับข้อมูลจากคีย์บอร์ดสามารถทำได้โดยการเรียกใช้ฟังก์ชัน  scanf()  ซึ่งเป็นฟังก์ชันมาตรฐานสำหรับรับข้อมูลจากคีย์บอร์ด  โดยสามารถรับข้อมูลได้ทุกประเภท  ไม่ว่าจะเป็นจำนวนเต็ม  ทศนิยม  อักขระ หรือข้อความ 

รูปแบบคำสั่ง  scanf()

scanf("format",&variable);

format

     การใช้รหัสควบคุมรูปแบบ  เพื่อกำหนดชนิดของข้อมูลที่จะรับเข้ามาจากคีย์บอร์ด โดยรหัสควบคุมรูปแบบใช้ชุดเดียวกับคำสั่ง printf()

variable

     ตัวแปรที่จะใช้เก็บค่าข้อมูลที่รับเข้ามาจากคีย์บอร์ด  โดยชนิดของตัวแปรจะต้องตรงกับรหัสควบคุมรูปแบบที่กำหนดไว้  นอกจากนี้หน้าชื่อของตัวแปรจะต้องนำหน้าด้วยเครื่องหมาย  &  ยกเว้นตัวแปรสตริง  สำหรับเก็บข้อความเท่านั้นที่ไม่ต้องนำหน้าด้วยเครื่องหมาย &

 

ตัวอย่างการใช้งานคำสั่ง  scanf()  เพื่อรับข้อมูลจากคีย์บอร์ด

int speed;

สร้างตัวแปรชนิด int สำหรับเก็บค่าตัวเลขจำนวนเต็ม

printf("Enter wind speef : ");

แสดงข้อความให้กรอกค่าความเร็วลมเป็นจำนวนเต็ม

scanf("%d",&speed);

รับค่าความเร็วลมเข้ามาเก็บไว้ในตัวแปร speed

 

char answer;

สร้างตัวแปรชนิด  char สำหรับเก็บอักขระ

printf("Enter Figure (Y : N)  : ")

แสดงข้อความให้ป้อนอักขระ Y  หรือ N

scanf("%c",&answer

รับอักขระเข้ามาเก็บไว้ในตัวแปร  answer

 

char name[10];

สร้างตัวแปรสตริงสำหรับเก็บข้อความ

printf("Enter your name = ");

แสดงข้อความให้ป้อนชื่อ

scanf("%s",name

รับชื่อเข้ามาเก็บไว้ในตัวแปร name สังเกตจะไม่ใส่เครื่องหมาย & ตัวแปรชนิดข้อความ

 

#include
#include
void main()
{
  clrscr();
  int x,y,sum;
  printf("Enter The Length is : ");
  scanf ("%d",&x);
  printf("Enter The Width is : ");
  scanf ("%d",&y);
  sum = x*y;
  printf("The area is :%d",sum);
getch();
}

ผลลัพธ์โปรแกรม

Enter The Length is   : 15
Enter The Width is     : 5
The area is             : 75

การเขียนโปรแกรมคำนวณ
     เราสามารถคำนวณหาผลลัพทธ์ของนิพจน์คณิตศาสตร์ด้วยการเขียนโปรแกรมภาษาซี   ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นการแสดงลำดับการประมวลผลทางคณิตศาสตร์ของนิพจน์ต่าง ๆ

#include
#include
void main()
{
  clrscr();
  int a,b,c,d;
  a=(3+4)*5;
  b=3+4*5;
  c=(2+7)*4%10;
  d=2+7*4%10;
  e=10+2*8/4*3-5;
  printf("(3+4)*5 =%d\n",a);
  printf("3+4*5 =%d\n",b);
  printf("(2+7)*4%10 =%d\n",c);
  printf("(2+7)*4%10 =%d\n",d);
  printf("10+2*8/4*3-5 =%d\n",e);
  getch();
}

ผลลัพธ์โปรแกรม

  (3+4)*5=35
  3+4*5=23
  (2+7)*4%10=6
  2+7*4%10=10
  10+2*8/4*3-5=17

ตัวอย่างโปรแกรมคำนวณหาผลลัพธ์จากการหาร

#include
#include
void main()
{
clrscr();
int a,b;
float c;
a=20;
b=6;
c=6;
printf("20/6 =%d\n",a/b);      /*หารเอาเฉพาะส่วน*/
printf("20%6 =%d\n",a%b); /*หารเอาเฉพาะเศษ*/
printf("20/6 =%f\n",a/c);       /*หารเอาทั้งเศษและส่วน*/
printf("20/6 =%.2f\n",a/c);   /*แสดงผลทศนิยม  2 ตำแหน่ง*/
  getch();
}

ผลลัพธ์โปรแกรม

20/6=3
20%6=2
20/6=3.333333
20/6=3.33

 
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.lks.ac.th/kuanjit/menu_C.htm

edit @ 4 Jul 2011 20:04:09 by AmiSocute